วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เฟซบุ๊กเปิดตัว Legacy Contact ให้ผู้อื่นดูแลเฟซบุ๊กแทนหลังตาย

เฟซบุ๊กเปิดตัวฟีเจอร์ Legacy Contact ให้ผู้อื่นดูแลเฟซบุ๊กแทนหลังเสียชีวิต

          เฟซบุ๊กเปิดตัวฟีเจอร์ Legacy Contact มอบสิทธิ์ให้ผู้อื่นดูแลเฟซบุ๊กต่อหลังจากล่วงลับไปแล้ว

          เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 เฟซบุ๊กได้เปิดตัวฟีเจอร์ Legacy Contact สำหรับมอบสิทธิ์ในการดูแลและะจัดการโปรไฟล์เฟซบุ๊กให้บุคคลอื่นเมื่อเราจาก โลกนี้ไปแล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อเจ้าของเฟซบุ๊กได้เสียชีวิตไปแล้ว เฟซบุ๊กนั้น ๆ ก็จะหยุดนิ่งอยู่เช่นนั้นตลอดไป และไม่สามารถรับแอดจากใครได้อีก แต่ด้วยฟีเจอร์ Legacy Contact นี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะสามารถโพสต์ข้อความและปักหมุดไว้บนไทม์ไลน์ของเรา, รับแอดเพื่อน, เปลี่ยนรูปโปรไฟล์และรูปปกได้ แต่จะมีข้อจำกัดคือไม่สามารถเข้าใช้เฟซบุ๊กด้วยชื่อของเรา และไม่สามารถอ่านข้อความแชทเก่า ๆ ของเราได้ โดยเราสามารถเลือกได้ว่าต้องการอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์สามารถดาวน์โหลด เนื้อหาต่าง ๆ ในเฟซบุ๊กของเรามาเก็บไว้ได้หรือไม่

เฟซบุ๊กเปิดตัวฟีเจอร์ Legacy Contact ให้ผู้อื่นดูแลเฟซบุ๊กแทนหลังเสียชีวิต
เฟซบุ๊กเปิดตัวฟีเจอร์ Legacy Contact ให้ผู้อื่นดูแลเฟซบุ๊กแทนหลังเสียชีวิต
เฟซบุ๊กเปิดตัวฟีเจอร์ Legacy Contact ให้ผู้อื่นดูแลเฟซบุ๊กแทนหลังเสียชีวิต
เฟซบุ๊กเปิดตัวฟีเจอร์ Legacy Contact ให้ผู้อื่นดูแลเฟซบุ๊กแทนหลังเสียชีวิต

          นอก จากนี้ถ้าหากเจ้าของเฟซบุ๊กไม่ต้องการมอบสิทธิ์ให้ใครเลย ก็ยังมีทางเลือกอื่นอย่างเช่น ลบบัญชีของเราออกจากระบบเมื่อเราเสียชีวิตไปแล้ว หรือปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ เป็นโปรไฟล์แห่งความทรงจำ เพื่อให้คนอื่นสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่เมนู Settings > Security > Legacy Contact ทั้งนี้ฟีเจอร์ Legacy Contact จะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้เฟซบุ๊กในสหรัฐอเมริกาได้ใช้งานกันก่อน ตามด้วยประเทศอื่น ๆ ในภายหลัง
 
Cr : Krapook.com 

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทำไม logo 7-ELEVEn ต้องสะกดด้วยตัว n (N เล็ก)



 7-eleven-facebook.jpg

เชื่อว่าทุกคน รู้จัก เซเว่น อิเลฟเว่น
ทุกคนเคยไปเข้าไป เซเว่น
แต่ที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยสังเกตุ ก็คือ

ทำไม ทำไม logo 7-ELEVen ต้องสะกดด้วยตัว n (N เล็ก)

หลายคนที่พบเจอ ก็ยังไม่สามารถ หาคำตอบได้
ต้องเก็บเป็นปัญหาคาใจ มาเสมอ

จนกระทั่งวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 มีผู้มาเฉลย ความหมายของสิ่งนั้นแล้ว ในเว็บไซต์ yahoo

ส่วนคำตอบนั้น ไม่ได้ฟันธงลงไปชัดๆ แต่กล่าวไว้ 2 ทฤษฎีด้วยกัน อันได้แก่
1.อ้างอิงคำตอบจาก มาร์กาเร็ต ชาบริส ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาใหญ่ในเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา ระบุว่า...

"จากการวิจัยบริษัทที่ดีที่สุด เป็นที่เชื่อว่าภรรยาของประธานบริษัทในยุคทศวรรษที่ 60 คิดว่าชื่อโลโก้ "7-ELEVEN" แบบสะกดด้วยอักษรตัวใหญ่ทั้งหมดดูค่อนข้างจะแข็งกระด้างเกินไป เธอจึงแนะนำให้เปลี่ยนตัว N มาเป็น n เพื่อทำให้โลโก้ดูมีความสง่างามมากขึ้น"

2. นักออกแบบกราฟิกเป็นผู้เปลี่ยนตัว N เป็นตัว n ระหว่างการปรับปรุงโลโก้ ในยุคทศวรรษที่ 60 โดยใช้ตัว n ในโลโก้ "7-ELEVEn" เพื่อให้กราฟิกมีความเรียบเนียนและนุ่มนวลขึ้น

นอกจากนั้น ยังมีอีกแนวคิดหนึ่งจากเว็บไซต์ blogspot.sg บอกว่า
เจ้าของร้าน เชื่อเรื่องฮวงจุ้ย จึงเปลี่ยนตัว N เป็นตัว n ที่มีรูปร่างเหมือนแม่เหล็ก ทำให้ช่วยดึงดูดเงินทอง และลูกค้าเข้ามาร้าน ได้มากๆ นั่นเอง


Cr  :  edtguide

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

10 ร้านอาหารสุดโรแมนติก สำหรับควงแขนคนรู้ใจไปสวีทหวานช่วงวาเลนไทน์

dinner valentine
ฉลองวาเลนไทน์กับร้านอาหารสุดโรแมนติก



          วาเลนไทน์ปีนี้จะพาคนรักไปฉลองที่ไหนดีนะ ?... นั่นแน่ ! กำลังคิดกันอยู่เลยใช่ไหมล่ะคะ เอาเป็นว่าไม่ต้องคิดกันให้วุ่นวายจนปวดสมอง เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมรวมรวมร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติกสำหรับควงแขนหวานใจ สุดเลิฟไปสวีทหวานมาฝากกันแล้ว เข้าทางคนที่กำลังมองหาอยู่พอดีเลยใช่ไหมล่ะ ว่าแล้วก็มาเติมความหวานกันที่ร้านแรกเลย...
dinner valentine
        1. Bavarian Field

          ร้านอาหารสไตล์บาวาเรียนสุดโรแมนติกที่จะทำคุณและคนรักได้ดื่มด่ำไปกับ บรรยากาศอันแสนอบอุ่นตามแบบฉบับแคว้นเก่าแก่ของประเทศเยอรมนี พร้อมห้อมล้อมไปด้วยสวนสวยและบึงน้ำที่จะช่วยรังสรรค์บรรยากาศในการทานอาหาร ในวันพิเศษของคุณให้สุขยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังมีอาหารสไตล์เมดิเตอเรเนียนและอาหารไทยรสชาติอร่อยมากมายให้ได้ ลิ้มลองกันอีกด้วย

          ที่อยู่ : ถนนชัยพฤกษ์ ตำบลคลองพระอุดม อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี
          เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น
          โทรศัพท์ : 08 3718 6868, 08 6755 2246
          เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Bavarian Field


         2. Park Society Resaurant

          ร้านอาหารสุดหรูบนความสูงชั้น 29 ที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันเขียวชอุ่มของสวนลุมพินีได้แบบเอกซ์คลูซีฟ โดยคุณและหวานใจสามารถเลือกดินเนอร์แบบหรูเลิศด้านใน หรือจะออกไปรับลมชมวิวนั่งดริงค์ค็อกเทล พร้อมกับลิ้มรสอาหาร International Fusion ด้านนอกก็ได้ไม่ว่ากัน นอกจากนี้หากอยากเพิ่มความเป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อยก็สามารถไปที่โซน Hi-So Cabana บนชั้นดาดฟ้าเพื่อเพิ่มความสวีทหวานก็ได้ งานนี้ไม่โรแมนติกไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว 

          ที่อยู่ : (ชั้น 29) 2 สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
          เวลา เปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน Dinner ตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น., Bar & Snacks ตั้งแต่เวลา 17.00-24.30 น. และ Drinks & Cocktail ตั้งแต่เวลา 17.00-02.00 น.
          โทรศัพท์ : 0 2624 0000
          เว็บไซต์ : sofitel-so-bangkok.com และ เฟซบุ๊ก Sofitel So Bangkok

dinner valentine

dinner valentine
ภาพจาก lebua.com/breeze
          3. Breeze

          ร้านอาหารสุดโรแมนติกที่มีวิวระดับพรีเมี่ยม พร้อมให้คุณและคนรู้ใจดื่มด่ำไปกับบรรยากาศวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและแสงสีจาก ตึกระฟ้าสีสันสวยงาม พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับแสงไฟสลับสีจากสะพานกระจกที่ทอดตัวยาวไปยังจุดชมวิว สามารถนั่งชิลละเลียดอาหารชั้นเลิศไปพร้อมกับจิบบรรยากาศสุดโรแมนติกกันได้ ช่างเป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดจริง ๆ

          ที่อยู่ : 1055 อาคาร ชั้น 52 โรงแรมเลอบัวแอทสเตททาวเวอร์ ถนนสีลม แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
          เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00-01.00 น.
          โทรศัพท์ : 0 2624 9555
          เว็บไซต์ : lebua.com/breeze และ เฟซบุ๊ก lebua Hotels and Resorts


dinner valentine
ภาพจาก www3.hilton.com
          4. Three Sixty Lounge

          เลาจน์สุดหรูที่จะทำให้คุณหลงใหล มาที่นี่คุณและคนรักจะได้ดื่มด่ำไปกับวิวมุมกว้างแบบ 360 องศา สามารถมองเห็นความสวยงามของโค้งน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาได้แบบเต็มตา แวะมาจิบค็อกเทลเคล้าบรรยากาศเติมความหวานกับคนรักของคุณได้ รับรองหวานเว่อร์

          ที่อยู่ : 123 โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพ ชั้น 32 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
          เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00-01.00 น.
          โทรศัพท์ : 0 2442 2000
          เว็บไซต์ : www3.hilton.com

dinner valentine

dinner valentine
ภาพจาก www3.hilton.com

          5. Horizon Hilton Pattaya

          ถือเป็นจุดนัดพบสุดเอกซ์คลูซีฟสำหรับคู่รักเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของโรงแรมฮิลตัน พัทยา โรงแรมสุดหรูท่ามกลางวิวทะเลสวยอลังการ ภายในมีโถงที่จัดเป็นโซนดินเนอร์ คุณและหวานใจสามารถไปนั่งสวีทกันริมระเบียง ชมวิวทะเล และรอชมพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้ากันได้ และหากสนใจลิ้มรสความอร่อยของอาหาร ที่นี่ก็มีเมนูซิกเนเจอร์รสชาติเยี่ยมมากมายให้ได้ละเลียดลงท้องกันอีกด้วย

           ที่อยู่ : 333/101 หมู่ 9 อาคาร ชั้น 34 โรงแรมฮิลตันพัทยา ถนนพัทยากลาง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
           เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00-01.00 น.
           โทรศัพท์ : 0 3825 3000
           เว็บไซต์ : www3.hilton.com 


dinner valentine
           6. Loft Resaurant & Bar Kanchanaburi

           ร้านปูนเปือยแนวโมเดิร์นท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำ สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติและสะพานข้ามแม่น้ำแควได้แบบใกล้ชิด พร้อมเสิร์ฟกองทัพความอร่อยมากมายที่จะทำให้วันวาเลนไทน์ในปีนี้ของคุณเป็น วันที่พิเศษและตราตรึงอยู่ในใจของคุณและคนรักไปอีกนานแสนนาน

           ที่อยู่ : 433 ถนนแม่น้ำแคว ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 71000 (ริมน้ำ ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว)
           เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00-01.00 น.
           โทรศัพท์ : 0 3451 3000, 08 7415 8111
           เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Loft Restaurant&Bar

dinner valentine
           7. The Blue Sky Restaurant

           อีกหนึ่งร้านอาหารสไตล์อิงลิชคันทรีที่น่าไปสวีทหวานแบบสุด ๆ เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวขจี อากาศดี และถูกโอบกอดไปด้วยขุนเขา จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาสถานที่กระหนุงกระหนิงกับคนรัก นอกจากนั้นที่นี่ยังมีเมนูซิกเนเจอร์มากมายที่อยากให้ลองชิม สรุปแล้วทั้งบรรยากาศ ทั้งอาหารชนะเลิศ บอกเลย...วาเลนไทน์นี้ลองสะกิดคนรักมาสวีทหวานที่นี่กันดูสิ ประทับใจชัวร์ !

           ที่อยู่ : 96 อาคาร เดอะบลูสกายรีสอร์ท เขาค้อ ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
           เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น.
           โทรศัพท์ : 08 8420 9870, 08 1355 0500
           เว็บไซต์ : theblueskykhaokho.com และ เฟซบุ๊ก The Blue Sky Resort Khao Kho

dinner valentine

           8. Sun Moon Star Restaurant

           ร้านอาหารสุดหรูที่ตั้งอยู่ใน "Silavadee Pool Spa Resort" พร้อมให้คุณและคนรักมาเติมความหวานท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก พร้อมสัมผัสกับวิวทะเลสวยเบื้องหน้า ชมความงามของพระอาทิตย์ตกดิน และลิ้มรสอาหารนานาชาติชั้นเลิศ โดยสามารถเลือกที่นั่ง "Sun" โซน Outdoor ติดสระว่ายน้ำ, "Moon" โซนที่นั่งในห้องปรับอากาศ หรือ "Star" โซนบาร์สุดเก๋บนชั้นดาดฟ้าก็ได้ตามสะดวก

           ที่อยู่ : 208/66 หมู่ 4 ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84310
           เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน
           โทรศัพท์ : 0 7796 0555, 0 7796 0055, 08 1970 0758
           เว็บไซต์ : silavadeeresort.com และ เฟซบุ๊ก Silavadee Pool Spa Resort


   9. Midwinter Green

           ปราสาทรมควันหลังงามท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกแห่งเขาใหญ่ ภายในเป็นร้านอาหารสไตล์ยุโรปและอาหารไทยฟิวชั่น พร้อมรื่นรมย์ไปกับบทเพลงอันไพเราะที่จะทำให้มื้อนี้เป็นมื้อสุดพิเศษสำหรับ คุณและคนรัก ดังนั้นวันแห่งความรักที่กำลังจะถึงนี้ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

           ที่อยู่ : 88/88 หมู่ 10 ถนนธนะรัชต์ ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
           เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-23.00 น.
           โทรศัพท์ : 0 4436 5299
           เว็บไซต์ : midwintergreen.com และ เฟซบุ๊ก Midwinter Green

          10. ร้านข้าวเม่า-ข้าวฟ่าง

           สุดยอดร้านอาหารวิวสวยที่รายล้อมไปด้วยพรรณไม้เขียวชอุ่มนานาชนิด พร้อมให้คุณและคนรักดื่มด่ำไปกับบรรยากาศน้ำตกขนาดใหญ่ในป่าจินตนาการสุด โรแมนติกที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมอิ่มอร่อยไปกับเมนูรสเลิศมากมายที่จะทำให้วันแห่งความรักในปีนี้ของคุณ เป็นวันที่พิเศษและมีความสุขไม่รู้ลืม

           ที่อยู่ : 181 หมู่ 7 ถนนครุยบุญยสิงห์ (ราชพฤกษ์) ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
           เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน อาหารกลางวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-15.00 น. อาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น.
           โทรศัพท์ : 0 5383 8444, 0 5383 8838
           เว็บไซต์ : khaomaokhaofang.com และ เฟซบุ๊ก ร้านอาหารข้าวเม่า-ข้าวฟ่าง (Khaomao-Khaofang restaurant)


           สำหรับ ใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะพาหวานใจของตัวเองไปฉลองที่ไหนสามารถเอาไอเดียของ เราไปใช้ได้เลย อ้อ ! แนะนำนิดนึงควรโทรสำรองจองโต๊ะกันก่อนเข้าไปด้วยนะจ๊ะ ที่นั่งเต็มแล้วจะอดสวีทหวานไม่รู้ด้วยน้า...ยังไงก็ขอให้มีความสุขในวัน แห่งความรักกันทุกคนเลยจ้า ^^


หมายเหตุ : ข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง

Cr : kapook.com

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

"ปลื้ม" แจงกรณี "ทับทิม" ถูกจวกเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง

Cr : Manager Online


ปลื้ม แจงกรณีดรามาครีม ทับทิม หลังถูกจวกเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง
ทับทิม - ปลื้ม

ปลื้ม แจงกรณีดรามาครีม ทับทิม หลังถูกจวกเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง
ภาพทีมีการโพสต์ผ่านโลกออนไลน์ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นการโฆษณาเกินจริงหรือไม่?

ปลื้ม แจงกรณีดรามาครีม ทับทิม หลังถูกจวกเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง
อิน สตาแกรมนักแสดงหญิง "นิวเคลียร์ หรรษา" มีข้อความเกี่ยวข้องกับข่าวกรณีดีเอสไอบุกจับโรงงงานผลิตอาหารเสริมและยา ตลอดจนผลิตภํณฑ์เกี่ยวกับความงามชื่อดัง

  "ทับทิม" ลบข้อความชี้แจงกรณีถูกจวกส่อโฆษณาครีมบำรุงผิวเกินจริง ทั้งเปลี่ยนรูปหน้า รักษาอาการเส้นเลือดในสมองแตก ขาโก่ง ฯ ด้าน "ปลื้ม" ขอแสดงความเห็น บอกไม่เข้าใจโจมตีราวกับขายยาบ้า ลั่นอย่าเหมารวมธุรกิจอาหารเสริมเลวหมด
      
        งานเข้าอย่างจังกันเลยทีเดียวสำหรับพิธีกรสาวทีวีออนไลน์ vrzo "ทับทิม มัลลิกา หลีกภัย" หลังเป็นที่น่าสังเกตว่าที่ผ่านมาเจ้าตัวได้โพสต์ภาพตลอดจนข้อความเกี่ยวกับ ครีมบำรุงผิวยี่ห้อหนึ่งที่สามารถทำให้เข้าใจได้ว่าครีมยี่ห้อนี้นอกจากจะมี สรรพคุณช่วยทำให้ใบหน้าผ่องใส ช่วยในการขับสารพิษ เปลี่ยนรูปหน้าแล้ว ยังสามารถช่วยลดอาการเส้นเลือดในสมองแตก บรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อม ขาโก่ง ฯ จนดูเหมือนว่าจะเข้าข่ายการโฆษณาเกินจริงรวมถึงมีการนำเอาภาพเด็กมาลงโฆษณา ด้วยนั้น
      
        หลังจากที่เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นออกมา ทางด้านพิธีกรหญิงก็ได้โพส์ข้อความชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ผ่านทางเฟซบุ๊กตนเองที่หน้าแฟนเพจ TubTimMallika โดยเผยว่าภาพต่างๆ นั้นมาจากทางลูกค้าที่ได้ใช้แล้วเห็นผล ตนเพียงแค่นำมาเผยแพร่ ก่อนบอกว่าจะเป็น ทาง อย. หรือทาง สคบ. ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่นเรื่องของภาษีจะเข้ามาตรวจสอบก็ได้ ซึ่งต่อมาเมื่อผู้สื่อข่าวได้เข้าไปตรวจสอบเฟซบุ๊กดังกล่าวก็ปรากฏว่าข้อ ความดังกล่าวได้หายไปแล้ว
      
        อย่างไรก็ตาม ล่าสุดก็เป็นทางด้านของหนุ่ม "ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย" ลูกชายของอดีตนายกฯ "ชวน หลีกภัย" ผู้เป็นสามีที่ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม @vrzopleum ถึงเรื่องนี้โดยระบุว่าไม่ได้จะมาเข้าข้างภรรยาแต่จะมาชี้แจงในมุมมองของตน เอง
      
        ทั้งนี้เจ้าตัวได้ยืนยันว่าธุรกิจดังกล่าวนั้นเป็นธุรกิจของครอบครัวภรรยา ที่ทำกันมานานแล้ว ก่อนที่สาวทับทิมจะมารับหน้าที่พิธีกรที่ vrzo ด้วยซ้ำไป พร้อมยืนยันอีกฝ่ายแค่ไปช่วยงานครอบครัวและไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลย ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำกับการที่ลูกจะช่วยเหลือทาง บ้าน และไม่เข้าใจว่าทำไมเพียงแค่การขายครีมบำรุงผิวนั้นจะต้องถูกโจมตีราวกับขาย ยาบ้าด้วย
      
        นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้ชี้แจงไปถึงกรณีการโฆษณาอาหารเสริมผ่านรายการด้วยว่า เรื่องนี้ภรรยาสาวก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเพิ่มเติมเพราะป็นการโฆษณา ผ่านบริษัท พร้อมกับยืนยันว่าทางบริษัทได้มีการตรวจสอบสินค้าที่จะมาลงโฆษณาแล้วเป็น อย่างดี ก่อนบอกหลายคนอาจจะมีอคติกับธุรกิจประเภทนี้ว่าเป็นการหลอกลวงซึ่งก็มีหลาย ยี่ห้อที่เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่การจะไปเหมารวมคนที่ทำธุรกิจประเภทนี้ทั้งหมดคงไม่ได้
      
        "เห็นมีดราม่าเรื่องครีมทับทิมเลยอยากพูดสักหน่อย อย่าหาว่าผมมาปกป้องภรรยานะครับ เพราะนี่คือความคิดผมจริงๆ มีการโจมตีทับทิมทำนองว่า"เป็นถึงตัวอย่างของเยาวชนทำไมถึงมาขายครีมหรือพวก อาหารเสริม? เห็นแก่เงินเกินไปรึเปล่า?" ผมบอกตรงนี้เลยนะครับว่า "ทับทิมเค้าแทบไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยครับ" เพราะตัวครีม CELEB เป็นธุรกิจที่บ้านของทับทิมเค้าและบ้านเค้าทำกันมานานหลายปีมากแล้ว ตั้งแต่ก่อนทับทิมจะมาทำVRZOด้วยซ้ำ"
      
        "แล้วด้วยความที่เค้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเค้า เค้าก็ต้องมาช่วยครอบครัวเค้าค้าขายก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แถวบ้านผมถ้าลูกคนไหนในบ้านทำบัญชีเก่งก็ต้องมาทำบัญชี คนไหนแข็งแรงก็มาช่วยแบกของ คนไหนเก่งอะไรก็ต้องมาช่วยงานที่บ้านทั้งนั้น ทับทิมเค้าเป็นนักแสดงเค้าก็ช่วยบ้านเค้าในแบบของเค้า สำหรับผมคนที่ไม่ช่วยที่บ้านทำงานของที่บ้านเลยนี่สิแปลก แถมของที่เค้าขายก็เป็นแค่ครีมบำรุงผิว ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าคนที่โจมตีทำไมถึงมองมันรุนแรงและผิดอย่างกับขายยาบ้า ของก็ถูกต้องตามหลักทุกอย่างอย.ก็มี ดูยังไงมันก็เป็นสินค้าปกติธรรมดาที่ขายได้ถูกกฎหมาย"
      
        "อีกเรื่องคือเรื่องโฆษณาอาหารเสริม "เจ้านี่ทับทิมก็แทบไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเหมือนกันครับ" เพราะงานพวกนี้เป็นงานผ่านบริษัท ทับทิมได้รายได้แบบเงินเดือนเหมือนพนักงานคนอื่นๆ เพราะฉะนั้นของขายดีแค่ไหนทับทิมก็ไม่ได้เงินเพิ่มหรอกครับ แต่ด้วยความที่หากบริษัทตัดสินใจรับงานมาแล้วทับทิมก็ต้องทำหน้าที่โปรโมทอ ย่างเต็มที่เพราะมันเป็นงานของเค้าครับ เราเป็นบริษัทผลิตรายการและโฆษณาเราก็ต้องทำงานอย่างมืออาชีพ หากถามว่าแล้วทำไมถึงรับงานพวกอาหารเสริมมาล่ะ? คำตอบก็คือ"ก็เพราะเราลองเช็คโดยระเอียดแล้วว่ามันไม่ได้เป็นของไม่ดีหรือ ของหลอกลวงครับ"
      
        "ก่อนเราจะรับทำโปรโมทให้ของสักชิ้น เราต้องลองแล้วลองอีกเทสแล้วเทสอีกและทำความเข้าใจกับสินค้าจนละเอียด สุดท้ายถึงจะตัดสินใจได้ว่า"โอเคอันนี้เป็นของดีมีคุณภาพ" เราถึงจะยอมรับทำโปรโมทให้กับสินค้าตัวนั้นครับ เพราะเรารู้ดีว่ามีคนติดตามเราอยู่เยอะ เราจะปล่อยให้มีของอันตรายหรือของไม่มีคุณภาพมาอยู่ในงานของเราไม่ได้เด็ด ขาดครับ หลายๆท่านอาจจะเกิดอคติกับอาหารเสริมจนรู้สึกว่าเป็นธุรกิจหลอกลวงเพราะเอา จริงๆมันก็มีอาหารเสริมหลอกลวงและแย่ๆอยู่เยอะครับ แต่เราจะมาเหมารวมทุกคนที่ทำอาชีพขายอาหารเสริมว่าเป็นธุรกิจหลอกลวงมันก็ ไม่ใช่เรื่องเพราะอันดีๆมันก็มี เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่เค้าทำอาชีพสุจริตจ่ายภาษีครบทุกบาท เหมือนๆกับเราเช่นกันครับ (ยังมีแต่ในคอมเม้นแรกครับ)"
      
        ขณะที่ในส่วนของความเคลื่อนไหวต่อกรณีที่ทางดีเอสไอได้เข้าทำการจับกุม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยี่ห้อดังรวมถึงโรงงานผลิตซึ่งตรวจสอบพบว่าโรงงงานดัง กล่าวได้ผลิตให้กับสินค้าหลากหลายยี่ห้อที่เหล่าคนในแวดวงบันเทิงมี หุ้น-เป็นเจ้าของอยู่ด้วยนั้น (อ่านรายละเอียด จับยา-โรงงานยาลดอ้วน พบผลิตให้ "เซเลบ-ซุปตาร์" วงการบันเทิงเพียบ!) ล่าสุดในอินสตาแกรมของสาว "นิวเคลียร์ หรรษา" ก็ได้มีการโพสต์ข้อความเพื่อการันตีถึงความปลอดภัยของสินค้าตนเองเช่นเดียว กับที่ในอินสตาแกรมของสาว "พลอย เฌอมาลย์" ก็เคยมีข้อความทำนองเดียวกันนี้ออกมาก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ถาม ตอบ เกี่ยวกับกลุ่ม ISIS

นับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มติดอาวุธกลุ่มหนึ่งนามว่า ISIS ได้สร้างความตื่นตะลึงให้คน ทั้งโลก โดยเข้ายึดครองเมืองต่างๆในภาคเหนือของอิรักอย่างสายฟ้าแลบ เริ่มจากเมืองซามาร์รา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน เมืองโมซุลในคืนวันที่ 9 มิถุนายน และเมืองไทกริตบ้านเกิดของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซ็นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นทุกวันและรัฐบาลอิรักกำลังเสียเมืองต่างๆให้แก่ กลุ่มกบฏ ISIS อย่างไม่อาจต้านทาน ได้ จนเกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับกลุ่มติดอาวุธ ISIS ว่าพวกเขาคือใครและต้องการทำอะไร และอีกหลายๆคำถามที่ เราจะมาหาคำตอบไปด้วยกัน

กลุ่มติดอาวุธ ISID, ISIL
[source: Yaser Al-Khodor.Courtesy Reuters]

1. กลุ่ม ISIS คือใคร และมีเป้าหมายอะไร เกี่ยวข้องกับองค์กรอัลกออิดะฮ์ใช่หรือไม่?
            ISIS หรือ ISIL หรือ "The Islamic State in Iraq and al-Sham" แปลว่า "รัฐอิสลามในอิรักและอัล-ชาม (ซีเรีย)" แต่หากเรียก ISIL จะย่อมาจาก "The Islamic State in Iraq and Levant" แปลว่า "รัฐอิสลามในอิรักและเลแวนท์" ซึ่งเลแวนท์ ก็หมายถึงซีเรียเช่นเดียวกัน ดังนั้นในภาษาอังกฤษสามารถเรียกได้ทั้งสองแบบ แต่ในภาษาอาหรับนิยมเรียกชื่อย่อว่า "ดาอิซ" (daesh)       
            ดังนั้นไม่ว่าจะเรียกแบบใด ISIS ก็คือกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งประกาศจัดตั้งรัฐที่ยังไม่มีใครรับรอง โดยรวมดินแดนบางส่วนในอิรักและซีเรีย มีเป้าหมายสูงสุดคือ การจัดตั้งรัฐอิสลาม โดยรวมดินแดนในเลแวนท์ ซึ่งนอกจากซีเรียแล้ว ยังรวมถึงเลบานอน อิสราเอล ปาเลสไตน์ จอร์แดน ไซปรัส และภาคใต้ของตุรกีไว้ด้วยกัน
            การก่อตั้ง
            อาจกล่าวได้ว่าการที่สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรทำสงครามในอิรักเมื่อปี ค.ศ.2003 คือการจุดประทุเชื้อของ ความรุนแรงและการก่อการร้ายในอิรักซึ่งต่อมาได้ลุกลามไปทั่วภูมิภาคตะวันออก กลาง ในต้นปีค.ศ. 2004 กลุ่มติดอาวุธ กลุ่มหนึ่งได้ก่อตั้งขึ้น ใช้ชื่อว่า "ญามาอัต อัต-เตาฮีด อัล-ญิฮาด" หรือ "องค์กรแห่งเอกภาพในการศรัทธา และการญิฮาด"  (The Organization of Monotheism and Jihad- JTJ) มีผู้นำคือนายอบู มูซ๊าบ อัล-ซอรฺกอวี ชาวจอร์แดน
            ต่อมาในเดือนตุลาคมปีค.ศ. 2004 นายซอรฺกอวีได้ประกาศความจงรักภักดี (บัยอะ) ต่อนายอุซมา บินลาดิน ผู้นำองค์กรอัล-กออีดะ นายซอรฺกอวีจึงเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น "ตันซิม กออีดะ อัล-ญิฮาด ฟี บีลาด อัล-รอฟีดาน หรือ "องค์กรแห่งการญิฮาด ซึ่งมีฐานในประเทศแห่งสองแม่น้ำ" (The Organization of Jihad's Base in the Country of the Two Rivers- TQJBR) แม้การยอมรับต่อองค์กรอัล-กออีดะ จะทำให้กลุ่มนี้ได้รับการขนานนามว่า กลุ่มอัล-กออีดะฮ์แห่งอิรัก (Al-Qaeda in Iraq- AQI) แต่กลุ่มนี้ก็ไม่เคยใช้ชื่อดังกล่าวแทนชื่อกลุ่มนอกจากชื่อที่ประกาศใช้เป็น ทางการ
            ในเดือนมกราคมปีค.ศ. 2006 กลุ่มดังกล่าวได้เข้ารวมกับกลุ่มติดอาวุธอีกหลายกลุ่มในอิรักภายใต้องค์กร ที่มีชื่อว่า "สภาที่ปรึกษามูญาฮีดีน (The Mujahijdeen Shura Council) และในเดือนมิถุนายนปีเดียวกันนี้เอง กองกำลังของสหรัฐฯได้ ลอบสังหารนายซอรฺกอวี
            ต่อมาวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2006 ทางกลุ่มได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เดาลัต อัล-อิรัก อัล-อิสลามียะ" หรือ "กลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรัก" (Islamic State of Iraq- ISI) ภายใต้การนำขอนายอบู อับดุลเลาะห์ อัล-รอชิด อัล-บักดาดี (Abu Abdullah al-Rashid al-Baghdadi) โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ การปลดปล่อยดินแดนของชาวมุสลิมนิกายซุนนีจากการกดขี่ และยึดครองของกลุ่มชีอะฮ์และต่างชาติ กลุ่ม ISI ในอิรักมีแกนนำระดับสูงอีกคนที่เป็นชาวอียิปต์คือนาย อบู อัยยุบ อัล-มาสรี (Abu Ayyub al-Masri) ซึ่งต่อมาแกนนำทั้งสองก็ถูกสังหารในปฏิบัติการทางการทหารของสหรัฐฯและอิรัก เมื่อเดือนเมษายน ปีค.ศ. 2010 นายอบูบักรฺ อัล-บักดาดี จึงขึ้นเป็นผู้นำจนถึงปัจจุบัน
            วันที่ 9 เมษายน ปีค.ศ. 2013 ภายหลังจากกลุ่ม ISI ขยายปฏิบัติการไปยังประเทศซีเรียเพื่อล้มรัฐบาลนายบาชัร อัล-อัซซาด กลุ่ม ISI จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "รัฐอิสลามแห่งอิรักและอัล-ชาม (ซีเรีย) ดังชื่อในปัจจุบัน โดยใช้ชื่อย่อว่า ISIS หรือ ISIL นิยมเรียกชื่อย่อในภาษาอาหรับว่า "ดาอิซ" (Daesh)
            อย่างไรก็ตามสายสัมพันธ์กับองค์กรอัล-กออีดะฮ์ที่มีมายาวนานก็ขาดสะบั้นลงใน เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 ภายหลังจากกลุ่ม ISIS แสดงความท้าทายต่อองค์กรอัล-กออีดะอ์ โดยประกาศต้องการควบรวมกลุ่มอัล-นุสรอ ซึ่งเป็นกลุ่ม ติดอาวุธของอัล-กออีดะฮ์อีกกลุ่มในซีเรียเข้ากับ ISIS นับเป็นครั้งแรกที่องค์กรสาขาของอัล-กออีดะฮ์แสดงความกระด้าง กระเดื่องต่อองค์กรแม่
            นายบารัค เมนเดลซอน (Barack Mendelsohn) นักวิชาการรัฐศาสตร์ วิทยาลัยฮาเวอร์ฟอร์ด (Haverford College) กล่าวว่า "ตลอดระยะเวลาหลายปี มีหลายสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างอัล-กออีดะฮ์กับ ISIS ซึ่งถูกมอง ว่าปกครองยาก" โดยเมนเดลซอนก็ได้อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างสององค์กรว่า "ดำเนินความสัมพันธ์บนพื้นฐานของ ผลประโยชน์มากกว่าอุดมการณ์"
            ปัจจุบันองค์กรอัล-กออีดะฮ์และ ISIS ได้เปลี่ยนสภาพจากองค์กรแม่-ลูกมากำลังกลายเป็นคู่ขัดแย้งที่แข่งขันกัน เผยแพร่อิทธิพลต่อกลุ่มอิสลามสุดโต่งทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมองว่ากลุ่ม ISIS จะเข้ามาเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลในระดับ โลกแทนองค์กรอัล-กอดีอะฮ์ในไม่ช้า
            เป้าหมาย
            ชื่อของกลุ่มบ่งชี้เป้าหมายของกลุ่มคือ เพื่อจัดตั้งรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย ดังเช่นพลเอก เรย์ ออเดียโน (Ray Odierno) ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯประจำอิรักกล่าวว่า "พวกเขาต้องการทำให้รัฐบาลอิรักเป็นง่อย และพวกเขาต้องการ จัดตั้งรัฐอิสลามในอิรัก"
            อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์หลายคนมองว่ากลุ่ม ISIS จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาอันใกล้นี้ได้ เพราะกลุ่ม ISIS ไม่แข็งแกร่งพอที่จะโค่นล้มรัฐบาลอิรักและซีเรียได้ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ พลังแห่งการ เปลี่ยนแปลงและการเผยแพร่แนวคิดอิสลามนิยมที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
            จำนวน
            นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ รายงานว่ากลุ่ม ISIS มีกองกำลังมากกว่า 6,000 คนในอิรัก และ 3,000-5,000 คนในซีเรีย ซึ่งรวมถึงกองกำลังต่างชาติหรือนักรบมูญาฮีดดีนนานาชาติอีกกว่า 3,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 1,000 คนมาจากเชชเนีย และราว 500 คน มาจากชาติตะวันตกเช่นฝรั่งเศสและอังกฤษ มีรายงานว่ากลุ่ม ISIS ยังมีทหารกองหนุนซึ่งเป็นชาวบ้าน อีกกว่า 15,000 คน
            นอกจากการสู้รบแล้ว กลุ่ม ISIS ยังทำกิจกรรมเพื่อสังคมอีกด้วย เช่นงานอาสาสมัคร ครูสอนศาสนา ให้ความรู้ ทางศาสนาแก่ชาวบ้าน แจกอาหารและเงิน ซ่อมถนนและไฟฟ้า มีรายงานว่ากลุ่ม ISIS ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์กับ กลุ่มติดอาวุธในอิรักบางกลุ่มที่แสวงหาผลประโยชน์จากการค้าอาวุธและยาเสพ ติดตามแนวชายแดนประเทศซีเรียและตุรกี กลุ่ม ISIS ประสบความสำเร็จในการใช้สื่อและสังคมออนไลน์เพื่อเข้าถีงมวลชน ผ่านทางสื่อของมูลนิธิอิตติซัม (หัวหน้า นักรบมูญาฮีดีนเชชเนียคือ อุมัร อัล-ชิชานี ติดต่อเข้าร่วมรบผ่านทางอินเตอร์เน็ต)
            นักวิเคราะห์บางคนมองว่ากลุ่ม ISIS มีลักษณะเป็นกองทหารมากกว่ากลุ่มก่อการร้าย เจสสิก้า ลูอิส (Jessica Lewis) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกลุ่ม ISIS จากวอชิงตัน ธิงค์ แทงค์ (Washington Think Tank) กล่าวว่า "นี่คือกองทัพที่เคลื่อนที่ ไปมาระหว่างอิรักและซีเรีย พวกเขายึดครองพื้นที่จำนวนมาก พวกเขามีรัฐบาลเงาทั้งในและรอบๆกรุงแบกแดด มีจุดมุ่ง หมายชัดเจนในการปกครองประเทศ ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการยึดกรุงแบกแดดหรือไม่ หรือต้องการทำลายโครงสร้าง รัฐบาลอิรักแต่ไม่ว่าอย่างไรผลลัพธ์ก็เหมือนกันคือความหายนะของประเทศอิรัก" ลูอิสซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯประจำอิรักและอัฟกานิสถาน อธิบายการทำงานของกลุ่ม ISIS ว่า "มีระบบการบังคับบัญชาและสั่งการจากภาคสนามไปยังศูนย์บัญชาการที่เยี่ยมยอด มีงบประมาณและนักรบจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้มีเพียงนักรบต่างชาติ แต่ยังรวมถึงนักโทษแหกคุกอีกด้วย" ขณะที่นายอัยมาน จาเวด อัล-ตามีนี (Aymenn Jawad al-Tamini) ผู้ศึกษาเรื่องการญิฮาดในภูมิภาคตะวันออกกลางมองว่า "พวกเขามีทักษะสูงในการทำสงครามกองโจรในเขตเมือง (Urban Guerrilla warfare) ในขณะที่กองทัพอิรักขาดทักษะการรบในรูปแบบดังกล่าว"


[source: AP]

2. ปัจจัยใดที่ทำให้กลุ่ม ISIS สามารถรักษาอิทธิพลในอิรักได้อย่างมั่นคง?
            ปัจจัยประการแรกที่ทำให้กลุ่ม ISIS ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิมนิกายซุนนี สามารถรักษาและขยายอำนาจได้ คือ ความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิมอิรักนิกายซุนนีและนิกายชีอะฮ์
            แม้ประชากรชาวอิรักส่วนมากจะนับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะอ์ แต่ชาวซุนนีคือผู้ที่ปกครองประเทศอย่าง ยาวนาน จนกระทั่งอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซ็นซึ่งนับถือนิกายซุนนีสิ้นอำนาจในปีค.ศ. 2003 นายซัดดัมได้ทำให้ชาว มุสลิมซุนนีเข้าใจมาตลอดว่า ชาวซุนนีคือประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้กระทั่งปัจจุบันชาวซุนนีรู้สึกว่าพวกเขา ถูกชาวชีอะฮ์แย่งอำนาจไปและให้อำนาจแก่พวกเขาน้อยเกินไป
            สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่สหรัฐฯบุกอิรักในปีค.ศ. 2003 ได้ทำให้ความความขัดแย้งระหว่างนิกาย ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลที่มีขึ้นภายหลังการโค่นอำนาจระบอบซัดดัม ก็ถูกมองว่าให้อำนาจอย่างมากล้นแก่ชาวชีอะฮ์ ภายใต้ความร่วมมือของสหรัฐฯ รัฐบาลไม่อาจเป็นรัฐบาลของปวงชนทุกหมู่เหล่าได้ ทำให้กระแสความไม่พอใจของ ชาวซุนนีต่อรัฐบาลอิรักยิ่งทวีคูณ ปัจจุบันชาวชีอะฮ์และซุนนีในอิรักไม่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความขัดแย้งระหว่าง สองกลุ่มนี้ได้กลายเป็นความขัดแย้งที่มีผู้ชนะเพียงคนเดียว (a zero-sum game) เพื่อแย่งชิงอำนาจทางการเมือง หลายครั้งการลุแก่อำนาจและใช้อำนาจโดยพลการของรัฐบาล ได้ต่อเติมไฟแห่งความบาดหมางเช่น เหตุการณ์ตำรวจ ใช้ความรุนแรงเข้าควบคุมตัวผู้ชุมนุมนิกายซุนนีที่ออกมาประท้วงเพื่อเรียก ร้องสิทธิของตน
            ดังนั้นตราบใดที่กลุ่มชีอะอ์ยังคงมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลอิรักและชาวซุนนีไม่ ได้รู้สึกถึงความเป็นธรรมและมีพื้นที่ทางการเมืองที่มากพอ ตราบนั้นกลุ่ม ISIS จะยังคงได้รับคะแนนนิยมในพื้นที่ของชาวซุนนีในภาคตะวันตกเฉียงเหนือต่อไป
            ปัจจัยประการที่สองที่ทำให้กลุ่ม ISIS มีแต้มต่อทางการเมืองในหมู่ชาวซุนนีคือ การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด ของนายกรัฐมนตรีอิรัก
            นายนูรี อัล-อาลีกี นายกรัฐมนตรีของอิรักซึ่งเป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะฮ์ เขาได้ทำให้อิรักกลายเป็นรัฐชีอะฮ์ เนด พาร์กเกอร์ อดีตสมาชิกสภาความสัมพันธ์ระหว่งประเทศ (CFR) กล่าวว่า การกระชับอำนาจของกลุ่มชีอะฮ์ผ่าน นายกรัฐมนตรีมาลีกี ในช่วงที่สหรัฐฯถอนกำลังทหารออกจากอิรักปลายปีค.ศ. 2011 สร้างความไม่พอใจให้กับชาวซุนนี ซึ่งเป็นชนส่วนน้อย และกลุ่ม ISI คือกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์จากความรู้สึกไม่เป็นธรรม" รัฐบาลอิรักได้ปฏิเสธ ข้อเรียกร้องของชาวซุนนีที่ต้องการเพิ่มพื้นที่และสิทธิทางการเมือง ในเหตุการณ์การประท้วงรัฐบาล โดยชาวซุนนีในเดือน เมษายนและธันวาคม ค.ศ. 2013 ตำรวจได้สังหารผู้ประท้วงชาวซุนนีที่ประท้วงด้วยความสงบ และใช้กฎหมายต่อต้านการ ก่อการร้ายจับกุมพลเมืองชาวซุนนีจำนวนมาก นายกรัฐมนตรีมาลีกียังได้สร้างพันธมิตร ทางการเมืองกับกลุ่มติดอาวุธชาว ชีอะฮ์อีกหลากลุ่มที่มีเป้าหมายปองร้ายชาวซุนนี
            ด้วยเหตุนี้ทำให้กลุ่ม ISIS ที่ประกาศต่อสู้เพื่อชาวซุนนีได้คะแนนนิยมในหมู่ประชาชนชาวซุนนี นายไมเคิล ไนค์ (Michael Knights) ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกใกล้ศึกษา สถาบันวอชิงตัน (The Washington Institution for Near East Studies) กล่าวว่า "นายกรัฐมนตรีมาลีกีได้ทำให้โฆษณาชวนเชื่อของกลุ่ม ISIS เป็นจริงและถูกต้อง และรัฐบาลอิรักและ สหรัฐฯเองยังมีส่วนทำให้กลุ่ม ISIS เติบโตอย่างรวดเร็ว จากการปล่อยนักโทษอัล-กออีดะฮ์จากเรือนจำ นอกจากนั้น การถอนทหารสหรัฐฯออกจากอิรักปลายปีค.ศ. 2011 คือการให้พื้นที่หายใจแก่กลุ่ม ISIS เพิ่มขึ้นนั่นเอง"


การเข้าควบคุมกลุ่มติดอาวุธ ISIS, ISIL
[source: BBC]

3. กลุ่ม ISIS เป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเพียงกลุ่มเดียวในอิรักหรือ?
            กลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลในอิรักมีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่ม กลุ่มต่อต้านที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดนอกเหนือจากกลุ่ม ISIS คือกลุ่ม "ริญาล อัล-ตอริก อัล-นัคชฺบานดี" (JRTN) กลุ่มนี้เป็นกลุ่มติดอาวุธนิกายซุนนีที่มีอุดมการณ์ชาตินิยม ต้องการ ยึดอำนาจคืนจากกลุ่มชีอะฮ์ เพื่อรื้อฟื้นระบอบเผด็จการซุนนีดังสมัยซัดดัม ฮุสเซ็น ต่างจากกลุ่ม ISIS ซึ่งมีอุดมการณ์ เน้นหนักไปทางศาสนา และต้องการตั้งรัฐอิสลามเพื่อรวมชาวซุนนีในอิรักและประเทศรอบๆ สมาชิกของกลุ่ม JRTN คืออดีตสมาชิกพรรคบาธ (Baath) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลสมัยอดีตประธานาซัดดัม ฮุสเซ็น
            แม้กลุ่ม ISIS และ JRTN จะมีอุดมการณ์ต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต่อสู้กับรัฐบาลชีอะฮ์ของนายมาลีกี
            เคิร์ค โซเวล (Kirk Sowell) นักวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเมือง และผู้เชี่ยวชาญการเมืองอิรัก ได้เปรียบเทียบ กลุ่มสองกลุ่มนี้ว่า "แม้กลุ่ม ISIS ไม่ได้ครองใจคนรากหญ้า แต่พวกเขาคือ กลุ่มที่มีระบบการจัดการองค์กรที่ดีที่สุด มีนักรบที่เก่งกาจที่สุด ที่ผ่านประสบการณ์รบในอิรักและซีเรีย อย่างไรก็ตามกลุ่ม JRTN ก็มีการจัดการองค์กรที่ดี เช่นกันแต่ด้อยกว่ากลุ่ม ISIS ในเรื่องจำนวนนักรบและงบประมาณ"


4. กลุ่ม ISIS เอาเงินทุนมาจากไหน?
            กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรียหรือ ISIS มีการจัดการงบประมาณที่น่าทึ่ง ต่างจากจากกลุ่มติดอาวุธกลุ่มอื่น ในซีเรียและอิรัก ที่อาศัยเงิดอุดหนุนจากต่างชาติ แต่กลุ่ม ISIS สามารถหางบประมาณของตนเอง จากการส่งออกน้ำมัน (จากบ่อน้ำมันที่ยึดครอง) ขายไฟฟ้า (ให้กับรัฐบาลซีเรียซึ่งเป็นศัตรู) และเรียกเก็บภาษีในพื้นที่ยึดครอง   
            ในปีค.ศ. 2012 กลุ่ม ISIS หรือ ISI ณ ขณะนั้น ได้เริ่มทำการยึดบ่อน้ำมันในซีเรีย โดยขายน้ำมันพร้อมส่วนลด ให้กับใครก็ตามที่พร้อมจะจ่าย ดังนั้นการยึดครองบ่อน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในอิรัก คือการเพิ่มเงินทุนของกลุ่ม ISIS นั่นเอง ด้วยการจัดการเรื่องงบประมาณที่ดีเยี่ยมและไม่มีใครเหมือน ทำให้นักรบISISได้รับค่าตอบแทนสูงกว่านักรบกลุ่มอื่นๆ กระทั่งดีกว่าทหารอาชีพในกองทัพอิรักและซีเรีย นี่คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้การจัดการองค์กรของกลุ่ม ISIS มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
            นอกจากการขายน้ำมันจากบ่อน้ำมันที่ยึดครองแล้ว ล่าสุดกลุ่ม ISIS ยังมีรายได้จากการยึดแหล่งเงินในคลังของ ทางรัฐบาลอีกด้วย มีรายงานว่าในการยึดเมืองโมซุล เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2014  กลุ่ม ISIS สามารถยึดเงินและ ทองคำ จากตู้นิรภัยของทางรัฐบาล ที่มีมูลค่าสูงถึง 14,000 ล้านบาท หรือ 429 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หน่วยข่าวกรองของอิรัก ประมาณการณ์ว่า นับตั้งแต่กลุ่ม ISIS ทำสงครามต่อต้านรัฐบาลในซีเรียและอิรัก พวกเขามีงบประมาณในคลังสะสมรวม 65,000 ล้านบาท หรือ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทำให้นิตยสารวอชิงตันโพสต์ระบุว่า กลุ่ม ISIS เป็นกลุ่มก่อการร้าย ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก นอกจากนั้นมีรายงานว่ากลุ่ม ISIS ยังสร้างรายได้จากการจัดเก็บภาษีในพื้นที่ยึดครองได้มากกว่า เดือนละ 260 ล้านบาท หรือ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
            กลุ่ม ISIS ยังได้รับการสนับสนุนทางด้านงบประมาณและอาวุธจากประเทศซาอุดิอาระเบียและ กาตาร์อีกด้วย ดังที่นายกรัฐมนตรีอิรักออกมากล่าวหาชาติทั้งสองในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2014 ว่า ให้การสนับสนุนกลุ่ม ISIS และกลุ่มก่อการร้ายต่างๆเพื่อโค่นล้มรัฐบาลในซีเรีย อียิปต์ และลิเบีย ซึ่งต่อมา ทั้งทางรัฐบาลซาอุดิอาระเบียและกาตาร์ ก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยกาตาร์กล่าวตอบโต้รัฐบาลอิรักว่าต้องการเบี่ยงเบนประเด็นจากการบริหาร ประเทศที่ผิดพลาด
            สำหรับอาวุธของกลุ่ม ISIS นั้น ส่วนใหญ่ยึดมาได้จากทหารของอิรักที่พ่ายแพ้ หรือบางครั้งถึงกับทิ้งอาวุธและ วิ่งหนี ดังนั้นอาวุธของ ISIS ส่วนใหญ่ก็คืออาวุธของสหรัฐอเมริกานั่นเอง ตั้งแต่ปืน M16 ปืน M4 คาร์บิน เครื่องยิง    ลูกระเบิด M203 ปืนกล M59-1 M60 และ M240 เครื่องยิงจรวด (อาร์พีจี) พาหนะทางการทหารอย่างรถฮัมวี MRAPs รถถัง T-55 เครื่องยิงขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน ZU-23-2 เป็นต้น ล่าสุดในการยึดเมืองโมซุลเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2014 กลุ่ม ISIS ได้ยึดเฮลิคอปเตอร์ UH-60 แบล๊คฮอก  และเครื่องบินลำเลียง อย่างไรก็ตามนายปีเตอร์ เบอมอนท์ (Peter Beaumont) จากหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน (The Guerdian) ให้ความเห็นว่า กลุ่ม ISIS ไม่มีนักบินที่ได้รับการฝึกมา ให้ใช้ อากาศยานเหล่านี้ได้


[source: Haidar Hamdani.AFP.Getty Images]

5. ชาวซุนนี ชีอะฮ์และเคิร์ด ใครได้ผลประโยชน์จากความขัดแย้งครั้งนี้
            อิรักมีประชากรประมาณ 31 ล้านคน มีประชากรที่มีชาติพันธุ์อาหรับคิดเป็นร้อยละ 80 ขณะที่ร้อยละ 15 คือชาวเคิร์ด ที่เหลือร้อยละ 5 คือชาวเติร์กเมน อัสซีเรียนและอื่นๆ
            ชาวอิรักร้อยละ 97 นับถือศาสนาอิสลาม โดยชาวมุสลิมส่วนใหญ่นับถือนิกายชีอะฮ์ คิดเป็นร้อยละ 65 ส่วนชาวมุสลิมที่นับถือนิกายซุนนีคิดเป็นร้อยละ 35 ความแตกต่างทางชาติพันธุ์และความเชื่อทางศาสนาได้ทำให้ ชาวอิรักแบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือชาวอิรัก (อาหรับ) นิกายชีอะฮ์ ชาวอิรัก (อาหรับ) นิกายซุนนี และชาวอิรัก (เคิร์ด) ที่แทบทั้งหมดนับถือนิกายซุนนี
            ท่ามกลางความขัดแย้ง ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม ISIS และรัฐบาลอิรัก ก็คือ ชาวเคิร์ดนั่นเอง นายเคิร์ค โซเวว (Kirk Sowell) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองอิรักระบุว่า "วิกฤตครั้งนี้ คือเครื่องช่วยชีวิตชาว เคิร์ด"
            ชาวเคิร์ดในอิรักส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีสถานะเป็น เขตปกครองตนเองชาวเคิร์ด ทหารเคิร์ดยังแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มที่ฝักใฝ่รัฐบาลอิรักและกลุ่มที่ เป็นเอกเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดซึ่งมีจำนวนระหว่าง 80,000 ถึง 240,000 คน
            อย่างไรก็ตามชาวซุนนีและเคิร์ดจนยังไม่เคยขัดแย้งกันรุนแรงถึงขั้นต้องใช้ กำลังทางการทหารต่อกัน ล่าสุดการที่กลุ่ม ISIS ยึดเมืองโมซุลซึ่งอยู่ในเขตอิทธิพลของชาวเคิร์ดได้นั้น นายไมเคิล ไนค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออก กลาง ให้ข้อมูลว่า กลุ่ม ISIS ยึดครองเมืองโมซุลซีกตะวันตกเท่านั้น ส่วนซีกตะวันออก ยังคงอยู่ภายใต้การป้องกันของ ทหารชาวเคิร์ด นอกจากนั้นเขตยึดครองของกลุ่ม ISIS กับเขตปกครองของชาวเคิร์ดก็มีพื้นที่ติดต่อกันในหลายจุด
            นอกจากนั้นชาวเคิร์ดได้ใช้โอกาสในสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงนี้ เข้ายึดเมืองเคอร์คุก (Kirkuk) ซึ่งอยู่ใกล้ บ่อน้ำมัน ขนาดใหญ่ที่กลุ่มเคิร์ดต้องการจะยึดครองมายาวนาน ดังนั้นแม้จะมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม ISIS และรัฐบาลอิรัก แต่ชาวเคิร์ดเล่นบทเป็นผู้อยู่เหนือความขัดแย้ง แต่ได้รับผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจมากที่สุด

isis, isil
[source: Sunni militiamen in 2010. Mahmud Saleh.AFP.Getty Images]

6.กลุ่ม ISIS ยึดครองพื้นที่ในอิรักได้มากแค่ไหน?
            แม้กลุ่ม ISIS จะถือกำเนิดในอิรักแต่ฐานอำนาจที่เป็นเหมือนเมืองหลวงของรัฐที่ไม่ได้รับการ รับรอง (unrecognized state) นี้คือเมือง รอกกอ (Raqqa) ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศซีเรีย ล่าสุดกลุ่ม ISIS ได้ยกกำลังเข้ายึด เมืองต่างๆในอิรักโดยยกพลจากเหนือลงใต้ กลุ่ม ISIS ได้ประกาศยึดเมืองต่างๆในอิรักและซีเรียได้แล้วในพื้นที่กว่า 16 จังหวัด ด้วยความยาวจากเหนือจดใต้รวมระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร โดยมีขนาดพื้นที่ยึดครองเท่ากับประเทศเบลเยี่ยม

 7.ทำไมกองทัพอิรักที่มีความเหนือกว่าทั้งปริมาณและศักยภาพจึงไม่อาจต้านทานกลุ่ม ISIS ซึ่งมีจำนวนน้อยได้
            เหตุการณ์ลือลั่นที่สร้างชื่อให้กับกลุ่ม ISIS คือการที่กลุ่ม ISIS กรีฑาทัพเข้ายึดเมืองโมซุล ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ ลำดับสองของอิรัก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2014 การต่อสู้ในวันนั้นทหารอิรักที่มีจำนวนมากกว่า 30,000 นาย ต้องทิ้ง อาวุธ วิ่งหนี และพ่ายแพ้ต่อกองกำลัง ISIS ที่มีจำนวนเพียง 800 คน (อัตราส่วน 40:1) นอกจากนั้นยังมีตัวเลข ทหารอิรักที่หนีทัพในแต่ละเดือนนับร้อยคนอีกด้วย
            สาเหตุหลักของความพ่ายแพ้อย่างราบคาบของทหารอิรักนอกเหนือจากความแข็งแกร่ง ของกลุ่ม ISIS ก็คือ ทหาร อิรักไม่ต้องการสู้และตายเพื่อรัฐบาลอิรัก อีกทั้งความแตกต่างทางนิกายศาสนาได้นำไปสู่ความแตกแยกในหมู่ทหาร ซึ่งมีทั้งชาวมุสลิมนิกายชีอะฮ์และซุนนี นายเจสัน ลูออล (Jason Lyall) ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้าย มหาวิทยาลัยเยล กล่าวว่า จากการที่กองทัพอิรักแตกออกตามนิกายศาสนา ทำให้ทหารอิรัก ที่เป็นซุนนี ไม่ต้องการจะต่อสู้กับกลุ่ม ISIS ที่เป็น ชาวซุนนีเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่ต้องการต่อสู้เพื่อรัฐบาลอิรักซึ่งกดขี่ชาวซุนนี มีรายงานว่าในเมืองโมซุลที่มีประชากร ส่วนใหญ่เป็นชาวซุนนีนั้น แต่การสู้รบนั้นดำเนินในเขตชาวชีอะฮ์
            อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่าท้ายที่สุดแล้วกลุ่ม ISIS คงไม่อาจยึดครองอิรักทั้งประเทศได้ ด้วยข้อจำกัดด้าน ศักยภาพ ทั้งนี้กลุ่ม ISIS มีกำลังในอิรักเพียง 7,000 คน (ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเมื่อร่วมสู้กับกลุ่มติดอาวุธกลุ่มอื่น) ในขณะที่ทหาร อิรักมีมากกว่า 250,000 คน(รวมทั้งตำรวจ) ซึ่งมีความเหนือกว่ามากทางด้านอาวุธ ปฏิบัติการของกลุ่ม ISIS จะกินพื้นที่ ได้เพียงนอกเมืองแบกแดด ส่วนทางภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวชีอะฮ์จะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากเหตุ ความขัดแย้งนี้
            ดังนั้นสาเหตุหลักที่ทำให้กองทัพอิรักอ่อนแอกว่ากลุ่ม ISIS คือความยุ่งเหยิง ไม่เป็นเอกภาพภายในกองทัพ ขาดการจัดการที่ดี และอ่อนด้อยประสบการณ์ และแรงต้านจากประชาชนที่นับถือนิกายซุนนีนั่นเอง

8. มีประเทศใดบ้างที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่ม ISIS และรัฐบาลอิรัก
            รัฐบาลอิรักกล่าวหาประเทศซาอุดิอาระเบียและกาตาร์ว่า คือผู้สนับสนุนหลักด้านงบประมาณ แก่กลุ่ม ISIS ซึ่งทั้งสองชาติก็ออกมาปฏิเสธ นอกจากนั้นยังมีการจับตามองไปยังตุรกี ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ในฐานะประเทศ หน้าด่านที่เป็นทางผ่านให้บรรดานักรบมูญาฮีดีนทั้งของกลุ่ม ISIS และกลุ่มอื่นๆเดินทางเข้าไปสู้รบในประเทศซีเรีย
            สำนักข่าวฟอกซ์นิวส์ได้รายงานถึงความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีกับกลุ่ม ISIS ว่า ตุรกีให้ความช่วยเหลือด้าน งบประมาณ การขนส่ง อาวุธและการฝึก เมื่อนักรบของISISบาดเจ็บจากการสู้รบในซีเรีย พวกเขาจะถูกส่งมารักษาตัวใน โรงพยาบาลที่ตุรกี ดังปรากฏภาพนายอบู มูฮัมหมัด หนึ่งในผู้บัญชาการกลุ่ม ISIS ในซีเรียเข้ารับรักษาตัวในโรงพยาบาล ในเมืองฮาเตย์ (Hatay) เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ นอกจากนั้นฝ่ายค้านได้กล่าวหารัฐบาลตุรกีว่ารับซื้อน้ำมันจากกลุ่ม ISIS ด้วยเงิน 25,000 ล้านบาท (800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกองทัพตุรกีได้ช่วยฝึกอาวุธแก่นักรบกลุ่ม ISIS และกล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรีตุรกี ได้หารือเป็นการลับกับนายยาซีน อัล-กอดี (Yasin al-Qadi) ผู้ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่น และเป็นแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่ม ISIS
            สำหรับฝ่ายรัฐบาลอิรัก ผู้สนับสนุนหลักนอกเหนือจากสหรัฐฯก็คืออิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯถอนกำลังทหาร ออกจากอิรักในปลายปีค.ศ. 2011 เป็นต้นมา ประเทศที่มีส่วนช่วยเหลือรัฐบาลอิรักมากที่สุดก็คืออิหร่าน รัฐบาลอิหร่าน ซึ่งเป็นชีอะฮ์ ไม่ต้องการให้รัฐบาลเพื่อนบ้านชีอะฮ์อีกสองประเทศคืออิรักและซีเรียต้อง ถูกกลุ่มซุนนีโค่นอำนาจ รัฐบาล อิหร่านต้องการสร้างและรักษาสามเหลี่ยมทองคำแห่งชีอะฮ์ (Shi'a Triangle) คือรัฐบาลชีอะห์ในสามประเทศนอก อิหร่านคือ อิรัก ซีเรียและเลบานอน
            มีรายงานว่าอิหร่านได้ส่งหน่วยรบพิเศษที่มีชื่อหน่วยว่า "กู๊ดส์" (Quds) จำนวน 500 นาย เข้ามาช่วยรัฐบาลอิรัก ต่อสู้กับกลุ่ม ISIS แม้อิหร่านจะออกมาปฏิเสธก็ตาม ซีไอเอได้ยกให้หน่วยกู๊ดส์เป็นหน่วยปฏิบัติการทางการทหาร ที่เก่งที่สุดหน่วยหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปัจจุบันผู้นำของหน่วยประจำอิรักคือนายกอเซ็ม สุไลมานี วอลสตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ปัจจุบันนายสุไลมานีกำลังช่วยรัฐบาลอิรัก "จัดการ" กับความขัดแย้งอยู่ในแบกแดด วอลสตรีท ยังกล่าวยกย่องให้หน่อยกู๊ดส์มีความสามารถเหนือว่ากลุ่ม ISIS และรายงานว่ากองกำลังร่วมอิรัก-อิหร่านได้ยึดพื้นที่ เมืองไทกริสซึ่งเป็นบ้านเกิดของซัดดัม ฮุสเซ็น ได้คืนแล้วกว่าร้อยละ 85
            อย่างไรก็ตามความช่วยเหลือของอิหร่านก็เป็นดาบสองคมต่อรัฐบาลอิรัก แม้ด้านหนึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ รัฐบาลอิรักต่อสู้กับกลุ่ม ISIS ต่อไป แต่อีกด้านหนึ่งการเข้ามาของอิหร่านได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวซุนนี  ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่ม ISIS คือผู้ได้ผลประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้  นอกจากนั้นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลอิหร่าน  ยังทำให้กลุ่มชาตินิยมเสื่อมศรัทธาในรัฐบาล ชาวอิรักยังไม่อาจลืมภาพสงครามอิรัก-อิหร่านระหว่างปีค.ศ. 1980-1988
            สุดท้ายแล้ว การช่วยเหลือของอิหร่านเท่ากับเป็นการตอกย้ำคำอธิบายของกลุ่ม ISIS ต่อความขัดแย้งในอิรักว่า สงครามครั้งนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอิรักกับกลุ่ม ISIS แต่คือสงครามระหว่างชีอะอ์กับซุนนี

isis, isil
[source: Tony Avelar.Christian Science Monitor.Getty Images]

9.มีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ที่สหรัฐฯจะใช้ กำลังทหารกับกลุ่ม ISIS?
            สำหรับโอกาสในการใช้กำลังทางการทหารของสหรัฐอเมริกาในอิรักนั้น ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้ออกมา ปฏิเสธที่จะส่งกำลังทหารกลับไปประจำการในอิรักอีก แต่ส่งทหารสหรัฐฯจำนวน 300 นายเข้าไปในอิรัก เพื่อเป็นที่ปรึกษา และช่วยฝึกกำลังพลให้แก่กองทัพอิรัก  นอกจากนั้นประธานาธิบดีโอบามายังเปิดทางและแสดงความพร้อมที่จะส่ง อากาศยานไร้คนขับหรือ "โดรน" หรือขีปนาวุธระยะไกล ช่วยเหลือรัฐบาลอิรักในการโจมตีกลุ่ม ISISได้

10. แนวโน้มสถานการณ์ในอิรักจะเป็นอย่างไรต่อไป?
            การเลือกตั้งทั่วไปของอิรักเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พรรครัฐบาลเดิมชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงท่วมท้น ทำให้นายนูรี อัล-มาลีกี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องเป็นสมัยที่สามนับตั้งแต่ปีค.ศ. 2006 อย่างไรก็ตามไม่ทันที่นาย มาลีกีจะจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ กลุ่ม ISIS ก็เริ่มปฏิบัติการสายฟ้าแลบยึดเมืองสำคัญทางตอนเหนือของอิรักได้หลายเมือง ท้าทายอำนาจของรัฐบาลอิรักอย่างมาก พร้อมกับเก้าอี้ตัวเก่าของนายมาลีกีที่กำลังสั่นคลอน
            ท่ามกลางความหลากหลายและขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์และศาสนา ตราบใดที่รัฐบาลอิรักไม่อาจเป็นรัฐบาล ของคนทุกหมู่เหล่าได้ ตราบใดที่อำนาจไม่ถูกกระจายอย่างเท่าเทียม ตราบใดที่ชาวซุนนียังรู้สึกถึงความไม่ชอบธรรม ตราบนั้นอิรักก็ได้แต่นับรอวันเพื่อแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กลุ่มติดอาวุธอย่าง ISIS จะยังจะคงมีอิทธิในการเมืองอิรักต่อไป โดยเฉพาะในหมู่ชาวซุนนี ถึงวันนี้ผู้มีอำนาจในการเมืองอิรักควรตะหนักได้แล้วว่าจะยอมถอยเพื่อเดิน หน้า หรือจะยืดหยัดสู้ไม่ถอยและรอดูการพังทลายของชาติบ้านเมืองต่อไป
             หลังจากผ่านประสบการณ์ในสนามรบซีเรียมานานหลายปี วันนี้กลุ่ม ISIS คือกองกำลังที่แข็งแกร่งที่ผลิตนักรบ ชั้นยอด และดึงดูดนักรบอาสามูญาฮีดีนได้จากทั่วโลก ไม่ว่าสถานะของกลุ่ม ISIS จะเป็นอะไร ...รัฐอิสลามอิรักและซีเรีย กลุ่มติดอาวุธ กลุ่มกบฏแยกดินแดน หรือกระทั่งกลุ่มก่อการร้าย แต่วันนี้กลุ่ม ISIS ได้ประกาศให้โลกได้รับรู้แล้วว่าพวกเขา คือยอดนักรบที่ข้าศึกต้องหวาดกลัว เชคมูฮัมหมัด อัดนานี โฆษกกลุ่ม ISIS กล่าวถึงความสำเร็จของ ISIS ว่าเป็นตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เขากล่าวว่า "รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย (ISIS) ไม่ได้เหนือกว่าศัตรูในเรื่อง อาวุธยุทโธปกรณ์ หรือทรัพย์สิน สิ่งเดียวที่เรามีคือความศรัทธาในพระเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า"  

Cr  :  รุสตั้ม หวันสู / deepsouth watch

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เคนจิ โกโตะ กะพริบตาเป็นรหัสมอร์ส แปลว่า .................

ชาวเน็ตสงสัย เคนจิ โกโตะ กะพริบตาเป็นรหัสมอร์ส ทิ้งผมไว้ ไม่ต้องช่วย
ชาวเน็ตสงสัย เคนจิ โกโตะ กะพริบตาเป็นรหัสมอร์ส "ทิ้งผมไว้ ไม่ต้องช่วย"



           ชาวเน็ตสงสัย เคนจิ โกโตะ ตัวประกันชาวญี่ปุ่น กะพริบตาเป็นรหัสมอร์ส "ทิ้งผมไว้ ไม่ต้องช่วย" ในคลิปที่ IS ส่งสาส์นถึงญี่ปุ่น ก่อนที่จะฆ่าเจ้าตัวหลังจากนั้น

           วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพและข้อความจาก ทวิตเตอร์ @minato2013 ที่ระบุว่า ในคลิปที่ไอเอสส่งสาส์นถึงญี่ปุ่น นายเคนจิ โกโตะ ได้กะพริบตาเป็นรหัสมอร์สว่า "ทิ้งผมไว้" "ไม่ต้องช่วย " 

 ทั้งนี้ ในคลิปที่กลุ่ม IS ส่งมานั้น มีผู้สังเกตสายตาของนายเคนจิว่า มีการกะพริบตาถี่ ๆ เป็นจังหวะในหลายครั้ง ซึ่งทำให้ชาวอินเทอร์เน็ต สงสัยกันว่า  การกะพริบตาดังกล่าว เป็นการส่งรหัสมอร์สจริง หรือแค่เรื่องบังเอิญ ซึ่งถ้าหากเป็นเรื่องจริง ก็ต้องขอยอมรับว่า เคนจิ โกโตะ เป็นผู้เสียสละต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง เพราะไม่ได้ห่วงความปลอดภัยของตัวเองเลย

 ชาวเน็ตสงสัย เคนจิ โกโตะ กะพริบตาเป็นรหัสมอร์ส ทิ้งผมไว้ ไม่ต้องช่วย


Cr : Kappok.com

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เล่นหวยให้รวย รวย รวย




วันแห่งความหวังเดือนละ 2 ครั้งของวันที่ 1 และ 16 ทุกเดือน เช้าตื่นเต้นเพราะลุ้นว่าเลขที่มีจะถูกหรือไม่ ส่วนช่วงบ่ายมักจะห่อเหี่ยวเพราะเจ็บปวดกับตัวเลขที่ออกมาที่มักจะเฉียดเลข ของเราเกือบทุกครั้ง เล่นทุกงวดแต่ไม่มีเราเป็นผู้โชคดีเลยสักงวด แล้วก็ก้มหน้าก้มตาเล่นต่อไปเพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งจะเป็นวันของเรา กว่าที่ความฝันรวยจากหวยแบบฟลุ๊กๆจะเป็นจริงก็ไม่รู้ว่าต้องลงทุนซื้ออีกเท่าไหร่ อยากรวยด้วยหวยแล้วจะทำยังไงดีหละ บทความนี้มีคำตอบนะจ๊ะ
ถ้าอยากจะเปิดดวงต้อนรับความรวยจากหวยก็ต้องทำตาม 3 วิธีต่อไปนี้โดยด่วน!!

เล่นหวยอย่างไรให้รวย

1. เล่นหวยทั้งทีต้องมีกลยุทธ์
คุณจะเริ่มเล่นหวย แบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้หรอกนะ ถ้าต้องการจะเป็นเซียนหวยที่เก่งกาจก็ต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยใช้ “กลยุทธ์หยุดหวยกิน” เริ่มต้นที่หน้าตักตัวเองก่อนว่ามีทุนลุ้นหวยเพียงพอไหม โดยใช้สมการนี้ในการตัดสินใจ
“รายได้ – เงินออม – รายจ่ายห้ามเบี้ยว = รายจ่ายลั้นลา“
ถ้าคุณนำรายได้ที่หักด้วยเงินออมและรายจ่ายจากหนี้สินต่างๆออกไปหมดแล้ว มันก็จะเหลือเป็น “รายจ่ายลั้นลา” เหลือเท่าไหร่ก็ใช้เงินส่วนนี้ลุ้นหวย จะลุ้นมากหรือน้อยก็ควรให้อยู่ในกรอบนี้เท่านั้น ห้ามเกินเด็ดขาด!! ถ้าหลุดจากนี้ดวงจะซวยทันที แล้วดวงไม่ดีนี้ก็จะส่งผลถึงงวดต่อๆไปด้วย ตอนนี้คุณก็ควรเริ่มสำรวจดวงตัวเองได้แล้วว่าที่ไม่เคยถูกหวยเพราะใช้เงิน ส่วนอื่นมาลุ้นหวยรึเปล่า ถ้าใช่หละก็ควรหยุดทันที หนทางเดียวที่จะทำให้ดวงของคุณดีขึ้นมาได้ก็ควรใช้รายจ่ายลั้นลามาลุ้นหวย เท่านั้นนะจ๊ะ

2. เล่นหวยด้วยเงินตัวเอง
จากสมการในข้อแรกคุณจะ รู้แล้วว่าหน้าตักคุณมีเท่าไหร่ มีเพียงพอจะลุ้นหวยหรือไม่ ถ้ามีไม่พอก็ไม่ต้องลุ้นหวย แต่บางคนดันทุรังตังไม่มียังอยากจะลุ้นเพราะคิดว่างวดนี้ได้เลขเด็ดมาจริงๆ ลุ้นแค่ครั้งนี้จะได้ถอนทุนคืนเสียที ก็เลยใช้เครดิตตัวเองที่จ่ายค่าหวยครบและตรงเวลา หยิบยืมเงินจากเจ้ามือผู้ใจดีมาเป็นทุนลุ้นหวย หรือบางคนนำทรัพย์สินที่มีบางส่วนไปจำนำเพื่อเปลี่ยนเป็นทุนลุ้นหวย คิดว่าถูกรางวัลแล้วจะไปไถ่ถอน
หวย ยังไงก็ยังเป็นหวยที่ช่วยใ้ห้จนลงทุกวันๆ ในวันแห่งความหวังที่สุดท้ายก็เหลือแต่ความว่างเปล่าพร้อมกับหนี้สินท่วมหัว ถ้าไม่อยากจะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ต้องเล่นหวยให้รวยต้องเล่นด้วยเงินตัวเอง ไม่ควรไปหยิบยืมเงินคนอื่นมาเล่นเด็ดขาด มิฉะนั้นดวงจะตกทันที

3. เล่นหวยให้ดีต้องรู้จักแบ่งเวลา
เราทำงานวันนี้ เพื่อความหวังให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นในอนาคต มีฐานะดีขึ้น ครอบครัวสุขสบายมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมาจากความขยันขันแข็งที่จะทำงานในวันนี้ แต่พอเห็นคนอื่นที่โชคดีรวยเร็วเพราะถูกหวยก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้ พร้อมกับภาวนาว่าสักวันจะต้องเป็นวันที่เราได้พูดคำว่า “ถูกหวย” กับเขาบ้างสักครั้ง แล้วเราก็ทุ่มเทเวลาไปหาเลขเด็ดมากกว่าขยันทำงาน ไม่ว่าเลขเด็ดจะอยู่ไกลแค่ไหนเราก็ต้องไปให้ถึงเพื่อให้เห็นตัวเลขกับตา แล้วก็จัดเต็มกับหวยสักงวดเพื่อจะได้รวยเร็ว แต่สุดท้ายก็ยังถูกหวยกินเหมือนเดิม คราวนี้หละเสียทั้งงาน เสียทั้งเงิน สุดท้ายเสียอนาคตเพราะถูกให้ออกจากงาน
ดังนั้น ช่วงเวลาทำงานก็ควรทำงานที่รับผิดชอบให้ดีที่สุด ใช้เวลาว่างนอกเวลางานไปหาเลขเด็ดเพื่อจะได้ไม่เสียงานนะจ๊ะ
ถ้าทำครบทั้ง 3 ข้อนี้รับรองว่าลุ้นหวยรวยแน่นอนนะจ๊ะ ^_^

Cr  :  sanook.com